กรมสุขภาพจิต ได้ขับเคลื่อนการนำองค์กรด้วย DMH LEAD Model สะท้อนผ่านระบบการบริหารงานของอธิบดีฯ และทีมนำ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต อีกทั้งแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการสร้างบุคลากรของกรมฯ และบรรยากาศในการปฏิบัติงานโดยใช้แนวคิด CPR (Creation คิดเป็น/คิดสร้างสรรค์, Positive คิดดี/คิดเชิงบวก, Response สังคม) to society คิดให้/คิดทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม) เพื่อปลูกฝังให้เป็นวิถีวัฒนธรรม "องค์กรของคนคิดดี รักสามัคคี มีศักยภาพสูง ใฝ่เรียนรู้ สู่การสร้างสรรค์เพื่อสังคม" ได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารและกำกับดูแลองค์การ ตลอดจนวางระบบการกำกับและติดตามการป้องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบอย่างเคร่งครัด โดยเชื่อมโยงกับกลไกการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก ทั้งระดับกระทรวงและระดับประเทศ รวมทั้งการจัดให้มีช่องทางการตรวจสอบ การดำเนินงานจากประชาชน ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความหลากหลาย เพื่อให้กรมฯ เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และสามารถดำเนินงานให้สำเร็จตามวิสัยทัศน์ในการเป็น "องค์กรหลักด้านสุขภาพจิตของประเทศ (National Mental Health Authority) ด้วยระบบสุขภาพจิตดิจิทัล เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดีและเจ้าหน้าที่มีความสุข"
ผลสำเร็จของการนำองค์การ
ผลสำเร็จสำคัญของการนำองค์การด้วย DMH LEAD Model สะท้อนผ่านระบบการบริหารงานของอธิบดีฯ และทีมนำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต ดังเช่น ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านสุขภาพจิต อธิบดีฯ ได้เป็นผู้นำในการวางแผน ลงมือแก้ไขปัญหาและได้สั่งการให้จัดทำ "แผนฟื้นฟูจิตใจในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปี 2563 - 2564 (Combat 4th Wave of COVID-19 Plan : C4)" เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตในสถานการณ์การระบาดของโรคฯ และเป็นแนวทางการดูแลจิตใจสำหรับประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)