สำนักงานประกันสังคม มีภารกิจในการบริหารสำนักงานประกันสังคมและเงินทดแทนเกิดประสิทธิภาพ เพื่อให้แรงงานมีหลักประกันการดำรงชีวิตที่มั่นคง ให้ความคุ้มครองและดูแลลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใต้หลักการ "การเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข" โดยการขับเคลื่อนผ่านค่านิยม "CHANGEs" เพื่อปลูกฝังค่านิยมร่วมให้เป็นวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากร และสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของสำนักงานประกันสังคม ให้เป็นองค์กรที่สามารถเป็นที่พึ่งของแรงงานและประชาชนได้
โดยมุ่งหวังให้แรงงานในระบบ (ตามมาตรา 33) และแรงงานอิสระ (มาตรา 39 และมาตรา 40) มีหลักประกันที่มั่นคงในการดำรงชีวิต การเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้าง/ผู้ประกันตนที่เพียงพอตรงกับความต้องการ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม ตั้งแต่เกิดจนตายในทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ได้แก่ กลุ่มวัยแรงงานไทยและต่างด้าว กลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ/พิเศษ (กลุ่มก่อนเข้าสู่วัยแรงงาน ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ทุพพลภาพ ผู้พิการ) รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ
โดยให้ความสำคัญกับความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเพื่อนำมาออกแบบกระบวนงานและบริการ ให้ตรงกับความต้องการและความคาดหวังจนได้รับความพึงพอใจ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการจัดการกับความไม่พึงพอใจ เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไข และดึงภาคีเครือข่ายความร่วมมือเข้ามาช่วยดำเนินการ สร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จนเกิดเป็นความผูกพันระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น เครือข่ายการขยายความคุ้มครองแรงงานนอกระบบผ่านกลไก "บวร" เครือข่ายสถานพยาบาลและคลินิก
เครือข่ายการบริการทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม และผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้นและนวัตกรรมการดำเนินงานผ่านเครือข่ายพันธมิตรทั้งเครือข่ายภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้แรงงานมีหลักประกันที่มั่นคงในการดำรงชีวิตภายใต้วิสัยทัศน์ "ร่วมสร้างสรรค์สังคมแรงงาน ที่มีหลักประกันสังคมถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน"